รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของแอร์เมส

แอร์เมส (Hermes) กระเป๋าแบรนด์ดังระดับโลกที่ไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่กับที่
ปารีส นครแห่งสีสันที่เปิดโอกาสให้เราได้ชมนิทรรศการแฟชั่นเลิศอยู่เสมอ อย่างนิทรรศการโอเรียนต์ แอร์เมส (Orient – Hermès) ซึ่งจัดแสดงที่สถาบันแห่งโลกอาหรับ (Institut du Monde Arabe) ซึ่งเป็นนิทรรศการที่แสดงถึงศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของเลย์ล่า เมนซารี่ (Leila Menchari) ในการตกแต่งหน้าต่างของร้านแอร์เมสบนถนนโฟบูรก์ แซงโตโนเร่ กรุงปารีส เมื่อได้ชมก็ยิ่งทำให้ลงรักในแบรนด์แอร์เมสมากยิ่งขึ้น ความชื่นชอบที่มีต่อแบรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระแสนิยมหรือสัญลักษณ์แห่งความไฮโซของกระเป๋าอย่างเคลลี่ (Kelly) และเบอร์กิ้น (Birkin)แต่แท้จริงแล้วความชื่นชอบนั้นเกิดจากรสนิยมเหนือระดับที่แฝงไว้ในทุกรายละเอียดที่แอร์เมส ปารีสได้เนรมิตรังสรรค์hermes
ตำนานแห่งรสนิยมชั้นเลิศเริ่มต้นในปีค.ศ. 1837 (พ.ศ. 2380) เมื่อเธียร์รี่ แอร์เมส (Thierry Hermès) ได้เปิดร้านแอร์เมส ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตอานม้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับม้า ต่อมาในช่วงต้นของทศวรรษที่ 20 เอมิล – โมริส (Emile – Maurice Hermès) ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลได้เข้ามาเป็นผู้ควบคุมดูแล และพัฒนากิจของครอบครัว จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ “แอร์เมส” เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้นในฐานะผู้ผลิตเครื่องหนังชั้นสูงที่ใช้วิธีเย็บหนังแบบการเย็บอานม้า (Saddle - Stitched) อีกทั้งยังเพิ่ม ประเภทสินค้าให้มีความหลากหลาย โดยเขาได้ออกแบบเสื้อแจ๊กเก็ต สำหรับเล่นกอล์ฟที่ตัดเย็บจากหนังและติดซิปเป็นขึ้นมาตัวแรกและได้ถวายให้แก่เจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Wales ) ในเวลาต่อมา
หนึ่งในสัญลักษณ์ของแอร์เมสได้เกิดขึ้นเมื่อเอมิล – โมริสต้องเข้ามารับหน้าที่ออกแบบกระเป๋าหนังแทนภรรยาผู้ไม่ชอบงานนี้หลังจากนั้นไม่นานเอมิล – โมริสก็ได้สร้างสรรค์กระเป๋าสัญลักษณ์ของแอร์เมส ขึ้นมาในปีค.ศ. 1935 (พ.ศ. 2478) โดยในสมัยนั้นกระเป๋าใบดังกล่าวมีชื่อว่า ‘Sac à dépêches’ ต่อมานิตยสารไลฟ์ (Life) ได้ตีพิมพ์ภาพเจ้าหญิงเกรซ เคลลี่ (Grace Kelly) แห่งโมนาโคทรงถือกระเป๋าใบดังกล่าว จนทำให้แอร์เมสได้ตั้งชื่อใหม่ให้กับกระเป๋ารุ่น “เคลลี่” (Kelly)


ด้วยความที่โอมิล – โมริส มีลูกสาวทั้ง 3 คน จึงทำให้ภาระหน้าที่การบริหารร้านแอร์เมสต้องตกอยู่ภายใต้การดูแลของลูกเขยคนโต โรแบรต์ ดูมาส์ (Robert Dumas) หลังการเสียชีวิตของเอมิล – โมริส ภายในช่วงนี้เองกระเป๋าที่เปรียบเป็นสัญลักษณ์ของแอร์เมสอีกใบก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 60 เมื่อโรแบรต์ ดูมาส์ ได้บังเอิญพบกับดาราชื่อดังแห่งยุคนั้นอย่างเจน เบอร์กิ้น (Jane Birkin) บนเครื่องบิน ซึ่งกำลังถือกระเป๋าของแอร์เมสทำจากผ้าใบที่มีลักษณะคล้ายกับกระเป๋าเบอร์กิ้น ในปัจจุบัน โรเบิร์ตจึงได้แรงบันดาลใจในการออกแบบกระเป๋าสัญลักษณ์ใบสำคัญ และหลังจากนั้น 6 เดือน เจน เบอร์กิ้น ก็ได้รับกระเป๋าหนังใบหรูที่ตั้งชื่อตามเธอว่า “เบอร์กิ้น” และกระเป๋าใบดังกล่าวกลายเป็นกระเป๋าสัญลักษณ์อันโด่งดังของโลกในระยะเวลาอันรวดเร็ว
แอร์เมสไม่เคยหยุดนิ่งกับการพัฒนาสินค้าและภาพลักษณ์ของตัวเองโดยมักนำวัฒนธรรม อารยธรรม และศิลปะจากทั่วทุกมุมโลกมาผสมผสาน และถ่ายทอดออกมาในมุมมองของแฟชั่นที่มีรสนิยมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ผ้าพันคอ เครื่องหนัง การจัดแต่งหน้าร้าน ไปจนถึงแนวคิดและวัฒนธรรมของแอร์เมส หากจะเปรียบเทียบแอร์เมสกับซูเปอร์แบรนด์อื่นๆแล้ว ถึงแม้แอร์เมสจะไม่ใช่ผู้นำในสินค้าทุกประเภทในโลกของแฟชั่น ทว่าแอร์เมสก็ไม่ได้ตามใครเช่นกัน อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความเป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจนหากหญิงสาว แอร์เมสก็คงเปรียบได้กับหญิงสาวมีระดับผู้ “สวย เริ่ด เชิ่ด”
ในแต่ละฤดูกาล แอร์เมสมักนำกระเป๋ายอดนิยมอย่างเบอร์กิ้นและเคลลี่มาปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวและแตกต่างมากขึ้น ซึ่งแต่ละครั้งที่ผลิตออกมาจะทำเป็นรุ่นพิเศษจำกัดจำนวน ล่าสุดแอร์เมสได้นำเสนอรุ่น “So Black” โดยนำเอาทั้งกระเป๋าเบอร์กิ้นและเคลลี่มาตัดเย็บด้วยหนังสีดำทั้งใบพร้อมเพิ่มเติมพิเศษด้วยการประดับด้วย โลโก้สีดำ กล่องสีดำและริบบิ้นสีดำ ซึ่งแน่นอนว่าแฟนๆ แอร์เมสจะต้องต่อคิวยาวเพื่อรับจับจองเป็นเจ้าของแน่
เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว แอร์เมสได้มอบหมายให้ฌอง ปอล โกลติเยร์ (Jean Paul Gautier) ทำหน้าที่ดีไซเนอร์ในส่วนของคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสตรี ซึ่งสามารถสร้างสีสันให้กับแบรนด์เป็นอย่างมาก เร็วๆนี้เขาตัดสินใจทำคอลเลกชั่น Spring – Summer 2011 ร่วมกันเป็นคอลเลกชั่นสุดท้ายซึ่งจะเผยโฉมให้เห็นกันที่ปารีสแฟชั่นวีคในเดือนตุลาคมนี้ โดยมร.โกลติเยร์ให้เหตุผลว่า เขาต้องการทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับทำงานของแบรนด์ตัวเอง ซึ่งกำลังประสบปัญหาทางธุรกิจ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มร.โกลติเยร์ ยังคงไม่หันหลังให้แอร์เมสอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากแอร์เมสเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 45 เปอร์เซ็นต์ ในบริษัทของฌอง โกลติเยร์
หลังจากที่ มร.โกลติเยร์ ประกาศอำลาสายตาทุกคู่จดจ้องไปที่คริสตอฟ เลอแมร์
(Christophe Lemaire) ว่าที่ดีไซเนอร์เสื้อผ้าผู้หญิงแอร์เมสคนต่อไป เขาคนนี้คือดีไซเนอร์ผู้พลิกโฉมให้กับลาคอสต์ (Lacoste) ส่วนเสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์ของเขาเองก็ไม่ได้โด่งดังมากและมีจำหน่ายในร้านเฉพาะแห่งเท่านั้น แน่นอนความกดดันอันใหญ่หลวงกำลังตกอยู่ที่เขคนในแวดวงแฟชั่นต่างปรามาสดีไซเนอร์หนุ่มคนนี้ตั้งแต่ข่างนี้แพร่สะพัดออกไป ซ้ำร้าย ผู้คนในวงการแฟชั่นอีกไม่น้อยยังไม่เคยได้ยินชื่อเขา แต่คำวิจารณ์เหล่านี้มิได้ทำให้ตระกูลดูมาส์ (Dumas) หวาดหวั่น
ปีแอร์ อเล็กซิส ดูมาส์ (Pierre Alexis Dumas) ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของแอร์เมส เผยว่า “การตัดสินใจเลือกคริสตอฟเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ไม่แน่ว่าใน 5 ปีข้างหน้าหากมองย้อนกลับมาในวันนี้ การตัดสินใจครั้งนี้ก็ผิดมหันต์หรืออาจจะเป็นความถูกต้องครั้งยิ่งใหญ่ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้ ทว่าพวกเราชอบความท้าท้ายแบบนี้ครับ เพราะแอร์เมลือแบรนด์ที่เกิดจากพลังแห่งการขับเคลื่อน และที่สำคัญเรามองคนที่ความสามารถก่อนเสมอ” เขากล่าวอย่างเฉลียวฉลาด
ตอนนี้คงไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตของคริสตอฟ เลอแมร์ กับแอร์เมสได้ว่าจะเป็นอย่างไร คงต้องรอพิสูจน์การทำงานระหว่างทั้งสองฝ่ายในคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2011 – 2012 เป็นฤดูกาลแรก