เนิ่นนานมาแล้วการพกพาสิ่งของไปกับตัวต้องถือด้วยมือ ต่อมาคนเราได้เรียนรู้ที่จะใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ถุง หรือย่าม และก็กระเป๋าในเวลาต่อมา แต่เดิมเน้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยแต่เพียงอย่างเดียวและผลิตขึ้นจากวัสดุหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้า กระเป๋าหนัง ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาให้เกิดความสวยงามมีการตกแต่งให้ดูดีขึ้น จึงเป็นที่มาของคำว่ากระเป๋าแฟชั่น เพราะไม่ได้ใช้เพื่อใส่สิ่งของเพื่อพกพาติดตัวไปมาแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ยังใช้เพื่อเป็นเครื่องประดับกลายๆ สร้างความดูดี ความพึงพอใจและแสดงถึงฐานะทางสังคมของผู้ใช้งานอีกด้วย ในตอนนั้นเองที่สิ่งที่เรียกว่าถุง ย่าม หรือแม้แต่ชลอมได้เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าไม่เข้าข่ายคำว่ากระเป๋าแฟชั่น ในช่วงที่วัตถุดิบตามธรรมชาติยังมีราคาถูก การผลิตกระเป๋าออกมาจะทำด้วยผ้าเนื้อหนาหรือหนังแท้เพื่อให้เกิดความทนทานต่อการใช้งานและถูกตัดเย็บด้วยมือ หลังจากอุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้มีความก้าวหน้ามากขึ้นราคาของวัสดุต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นกระเป๋ามีราคาสูงขึ้น จึงมีการนำเอาวัสดุอื่นๆ มาทดแทนสิ่งที่ใช้แต่เดิม เช่น หนังเทียมแทนหนังแท้ โลหะราคาถูกแทนทองเหลือง อะไหล่พลาสติกแทนอะไหล่โลหะ เป็นต้น
การตัดเย็บมีการใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย แน่นอนว่าตัดเย็บได้สวยขึ้นแต่ความทนทานน้อยลงเพราะวัสดุไม่เหมือนเดิม ทั้งนี้เพื่อตอบรับกับเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ราคาสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องลดต้นทุนเพื่อให้ยังขายหรือจำหน่ายได้ในราคาเดิม เท่านั้นยังไม่พอเพราะความต้องการของคนไม่มีที่สิ้นสุด การผลิตกระเป๋าที่เน้นราคาถูกจึงเริ่มขึ้นเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มที่ต้องการกระเป๋าแฟชั่นเพื่อความสวยงามเป็นหลัก ความทนทานและการใช้งานเป็นรองแต่มีงบประมาณจำกัด หรือลูกค้าที่อินเทรนด์แฟชั่นอยู่เสมอ เปลี่ยนกระเป๋าทุกวันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า ในภาพของการลดคุณภาพของกระเป๋าแฟชั่นลง ก็มีอีกด้านหนึ่งที่ตรงกันข้ามกันนั่นก็คือพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพของกระเป๋าแฟชั่นให้มากขึ้น ซึ่่งรวมเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้การตัดเย็บกระเป๋าสวยๆ ให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นรวมกับวัสดุธรรมชาติแบบดั้งเดิมที่ทนทาน ทำให้เกิดเป็นผลลัพธ์กระเป๋าแฟชั่นคุณภาพราคาแพงที่มีเพียงคนบางกลุ่มเท่านั้นที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของซึ่งเราเรียกกระเป๋ากลุ่มนี้ว่ากระเป๋าแบรนด์เนม
และแน่นอนว่าสิ่งต่างๆ ก็วนกลับมาสู่จุดเดิมอีกครั้งเมื่อมีลูกค้าที่ต้องการกระเป๋าแบรนด์เนมที่ราคาถูกลง ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถทำการผลิตให้กระเป๋าแบรนด์เนมคุณภาพดีขายในราคาถูกได้อยู่แล้ว จึงมีการทำเลียนแบบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นโดยยังคงรูปแบบของกระเป๋าไว้เหมือนเดิมแต่ได้ลดต้นทุนส่วนอื่นลง เช่น ปรับเปลี่ยนไปใช้ช่างธรรมดาในการตัดเย็บแทนช่างดีมีฝีมือเยี่ยม และใช้วัสดุถูกลง เมื่อเวลาผ่านไปลูกค้าบางคนยังรู้สึกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมเลียนแบบดังกล่าวยังมีราคาสูงเกินไป จึงได้มีผู้ค้าออกมาตอบสนองความต้องการดังกล่าวอีกครั้งด้วยการ ทั้งลดคุณภาพวัสดุกระเป๋าและไม่ได้คงรูปแบบเดิมที่แฟชั่นดีไซน์เนอร์ได้ออกแบบกระเป๋าไว้นั่นคือ ปรับลดตัดทอนรูปแบบและวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบเป็นตัวกระเป๋า ซึ่งก็ดูจะเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดาสาวๆ ไม่ใช่น้อย จะว่าไปแล้วการนิยมของราคาถูกไม่ใช่สิ่งผิด เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าความถูกนั้นมีที่มาและสวนทางกับคำว่าคุณภาพ ซึ่งแม้แต่กลุ่มลูกค้าที่ใช้กระเป๋าแบรนด์เนมแฟชั่นของแท้หรือที่เรียกกันว่า original อยู่ก็แสวงหาของถูกกับลูกค้ากลุ่มอื่นๆ เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น การรอซื้อสินค้าแบรนด์เนมช่วงลดราคา, การซื้อแบบปลอดภาษีหรือขอคืนภาษีนักท่องเที่ยวได้ และแม้กระทั่งการซื้อแบรนด์เนมของแท้มือสอง
ซึ่งหลายคนมองว่าถึงจะเป็นมือสองแต่ก็เป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับมือหนึ่ง ดีกว่าไปซื้อของเลียนแบบมาใช้งานเป็นไหนๆ แต่ถ้าเป็นกระเป๋าแบรนด์รุ่นที่ออกมาจำนวนจำกัดและได้รับความนิยมสูง เมื่อของมือหนึ่งในชอปจำหน่ายหมดแล้ว เผลอๆ ของมือสองราคาจะมากกว่าของมือหนึ่งซะอีก
